กลับมาอีกครั้งกับน้องสมแมน เจ้าพ่อหนังตัวจริงที่นานๆ จะเขียนมาให้เราอ่านกันซักครั้ง แต่ก็ไม่เคยทำให้เราผิดหวังเลย มาคราวนี้สมแมนมากับเมทัล ฮีโร่อีกบทนึงของตำนานฮีโร่จากโตเอะที่ออกมาในช่วงที่มดแดงอ่อนแรงลงไป แต่ก็ไม่สามารถต้านทานความแรงชองเซนไทของชาวเราได้ ก็เลยต้องมีการปรับตัวอยู่หลายรอบมาก เริ่มจากตำรวจอวกาศจนกระทั่งไปจบที่คาบูทัค หุ่นติงต๊องคล้ายๆ เจ้าหุ่นโรโบคอนที่เรารู้จักกันดี เอาละเรามาดูบทความฝีมือน้องสมแมน เจ้าของมอตโต้ สมแมนสร้างสรรค์งานนี้มีคุณภาพอีกแล้วครับท่านกันเลยดีกว่านะครับ
ฮีโร่อีกจำพวกนึงที่ได้รับความนิยมในอดีตในยุคที่ไรเดอนั้นตกต่ำ นั่นก็คือเมทัลฮีโร่นั่นเอง ซึ่งแม้ว่าจะได้หยุดสร้างไปแล้ว แต่ก็ยังเหลือความทรงจำอยู่มากมาย ที่ผมจะมาพล่ามให้ฟัง
1982 เกียบัน
เมทัลฮีโร่ตัวแรกสุด เป็นฮีโร่ระดับตำนานอีกตัว ที่เป็นที่รู้จักอย่างดีของแฟนๆ ซึ่งผมมองว่าได้รับอิทธิพลจาก สตาวอเต็มๆ ทั้งดาบเลเซอ การต่อสู้ในอวกาศ และชุดเกราะสีเงินแวววับจับใจเดกๆสมัยนั้น เกียบันเป็นจุดเริ่มต้นของหลายๆอย่าง ไม่ว่าจะเป็น ตำนานตำรวจอวกาศสุดเท่ คำว่าบรรยากาศมาคุ(มิติมาร) ที่มาจากเรื่องนี้แหละ ดาบเลเซอ อาวุธสุดไฮเทค ที่ดูล้ำสมัย เมื่อเทียบกับฮีโร่ยุคก่อนๆ แล้วการที่ได้พระเอกหน้าลิงอย่าง เคนจิ โอบะ มาเล่นเป็นเกียบัน ก็ได้ใจไปเต็มๆกับบทบู๊ที่แสดงได้สุดเหวี่ยงมาก แม้ว่าคู่หูอย่างมิมี่ จะไม่ได้สวยต้องตาบรรดาแฟนๆเท่าใด แต่ก็ได้ชื่อว่าเป็นตำรวจอวกาศหญิงคนแรกเหมือนกัน
ช่วงท้ายๆเรื่องพยายามผูกปมเกี่ยวกับพ่อของเกียบัน ก็พอจะดูมีความเป็นดราม่าอยู่บ้าง แต่ในบางตอนก็แทบจะไม่มีเนื้อเรื่องเลย เน้นฉากบู๊ทั้งตอนเลย ทำให้ดูเอียนๆไปบ้าง
ในส่วนของยานโดลกีรันนั้น ก็ดูโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ แม้ว่าจะดูใช้งานไม่ค่อยดีเท่าไร
ฝ่ายตัวร้ายก็เป็นพวก อันธพาลอวกาศ ที่มีนามว่า ดอนโฮลเลอ ที่สร้างมิติมารได้
1983ชารีแวน(ชารีบัน)
เมื่อภาคแรกประสบความสำเร็จ แน่นอนภาคต่อก็ต้องมีแน่ คราวนี้ ได้พระเอกหน้ามนสุดหล่อ(ขออภัยจำชื่อไม่ได้) มาเป็นตัวเอก ซึ่งเนื้อเรื่องก็ต่อมาจากเกียบันเลย มีการรับช่วงของชารีบันในช่วงท้ายซีรี่ของเกียบันด้วย การดำเนินเรื่องก็ไม่ต่างกันเท่าใดนัก
คราวนี้มีคู่หูเป็นตำรวจอวกาศหญิง ลีลี่ แต่ก็ยังไม่ค่อยโดนใจเท่าใดนัก
ข้อด้อยอย่างนึงก็คือ ยานรบนั้นพอแปลงเป็นหุ่นแล้วไม่ค่อยสวยเท่าไร จุดที่เป็นดราม่าของเรื่องก็เกี่ยวกับการตามหาบ้านเกิดของตัวชารีบันเอง สำหรับเหล่าร้ายนั้นเป็นองกรค์ปีศาจที่มีชื่อว่า มาโด้
ถือได้ว่าเป็นภาคต่อที่ลงตัวของเกียบัน เพราะ เกียบันเลื่อนขั้นไปเป็นหัวหน้า แล้วมีการกลับมาช่วยอยู่เนืองๆ
1984 ไชเดอ
คราวนี้ มาถึงภาค3 อันเป็นจุดสุดท้ายของไตรภาคตำรวจอวกาศ เนื้อเรื่องคราวนี้ส่งเสริมบทบาทของตัวเอกหญิงให้เด่นขึ้น นั่นก็คือ แอนนี่ ซึ่งผมว่าน่ารักสุดแล้วเมื่อเทียบกับตำรวจอวกาศหญิงคนอื่นๆ แม้เธอจะแปลงร่างไม่ได้ แต่ก็มีบทบู๊ให้เหนหวออยู่ตลอดเรื่อง
ยานบาบิลอส นั้นก็สามารถแปลงได้สามโหมด คือหุ่น ปืน แล้วก็ ยาน
เนื้อเรื่องที่เป็นจุดสำคัญของเรื่องเกียวกับ ตำนานนักรบไชเดอในอดีตที่จะปราบพวกฟูม่าได้ สำหรับพวกฟูม่านั้น ก็เป็นพวกลัทธิมารจำพวกนึง ซึ่งพวกกีกี้ออกแบบมาได้สวยดี มีหน้าเป็นยักษ์โบราณครับ
เรื่องนี้เป็นเรื่องสุดท้ายในชุดของตำรวจอวกาศ ในท้ายสุดมีตอนพิเศษที่ให้ตำรวจอวกาศ3คนได้มาเจอกัน เกียบัน ชารีบัน ไชเดอ
1985 จัสเปี้ยน
แม้ว่าตำรวจอวกาศจะจบชุดไปแล้ว แต่การดำเนินเรื่องของจัสเปี้ยนก็อาจจะต่างไปบ้างไม่มากนัก เป็นการเดินทางมาโลกของ นักท่องอวกาศหนุ่ม กับคู่หู หุ่นยนต์สาวสุดเอ๋อ อังรี (เป็นคนเดียวกับที่เล่นเป็นนางเอกแมชชีนแมน) อย่างไรก็ตาม โตเอะก็นำสิ่งใหม่ๆมาใส่ในเรื่องจัสเปี้ยนหลายอย่าง ไมว่าจะเป็น การมีอยู่ของสัตว์ประหลาดยักษ์ในเรื่อง ซึ่งก็ช่วยให้ จัสเปี้ยนสามารถใช้หุ่นสุดเท่ ไดเลออนได้อย่างคุ้มค่า มากกว่าเพียงแค่ยิงแสงเหมือนเรื่องอื่นๆ เราจะได้เห็นฉากต่อสู้ขนาดยักษ์ที่ไม่ค่อยจะได้เห็นในหนังเมทัลฮีโร่ และยังมีตัวร้ายสุดเฉียบ แมดเกียรัน(เล่นโดย คนแสดงเป็นไดน่าแบลค และโกกุลแบลค สงสัยจะชอบสีดำเพราะ แมดเกียรันก็ดำปื้ด) และ ศัตรูยักษ์ อย่างซาตานโกสที่สามารถสะกดให้สัตว์ประหลาดอาละวาดได้
เรื่องนี้ ผมว่าเทคนิคในฉากต่อสู้ของจัสเปี้ยนค่อนข้างจะ ทำได้ดีกว่าเรื่องที่ผ่านมาอยู่พอสมควร และเป็นเรื่องแรก ที่ไม่มีมิติมารครับ รวมไปถึงการมาแจมในฐานะพรรคพวก อย่างบูมเมอแรง(เล่นโดยคนแสดงเป็นชารีแวน)ที่ใช้บูมเมอแรงเป็นอาวุธ
1986 สปิลบัน
เรื่องสปิลบัน นับเป็นเรื่องสุดท้ายที่เป็นเมทัลฮีโร่แนวอวกาศ แม้ว่าชุดเกราะจะดูอ้วนๆไปหน่อย แต่การมีคู่หู่ที่แปลงร่างได้อย่างไดอาน่า สมทบด้วย พี่สาวเฮเลนในช่วงกลางๆเรื่อง ก็ช่วยสร้างสีสรรให้กับเรื่องเป็นอย่างมาก การวางพลอทที่ดี เกี่ยวกับการต้องห้ำหั่นกับพ่อและพี่สาวตัวเองของสปิลบันมีความเป็นดราม่าสูงมาก แม้ว่าหุ่นรบจะไม่เป็นที่จดจำเท่าไดเลออน แต่เรื่องสปิลบันก็ มีฉากต้อสู้ที่เร้าใจสุดๆ แถมพระเอกสร้างมิติได้เอง เพื่อป้องกันความเสียหาย แล้วเรื่องนี้ยังถือเป็นการรวมดาราฮีโร่ของโตเอะ เช่น สปิลบัน ก็เคยแสดงเป็น ชารีบันกับบูมเมองแรง เฮเลน ก็เคยแสดงเป็น แอนนี่ ไดอาน่า ก็ได้มาแสดงเป็นนางเอกไรเดอRX ส่วนตัวร้าย พันโดร่า ก็ไม่ต้องพูดถึง ป้า บันโดร่าแห่งจูเรนเจอ กับ ฮีโดเรี่ยนจากเดนจิแมนและซัลวัลคัลนั่นแหละครับ แน่นอนเมื่อเริ่มหมดมุขกับแนวฮีโร่อวกาศเมื่อสปิลบันจบ หลังจากนั้น เมทัลฮีโร่ก็เปลี่ยนแนวทางของตัวเองไป

1987 เมทัลเดอ
คราวนี้เหมือนกับการนำ คิไคเดอมาปัดฝุ่นใหม่ ให้ทันสมัยขึ้น กับเทคโนโลยีที่ดีขึ้น เป็นฮีโร่ที่เน้นการต่อสู้ด้วยมือเปล่า เป็นไซบอกทั้งตัว แต่พอจะมีความคิดจิตใจเป็นมนุษย์ คราวนี้ นางเอก หน้าตาจุ๋มจิ๋ม เป็นตากล้องถ่ายรูป ไม่มีความสามารถในการต่อสู้ และมีคู่หูเป็นสุนัขพันโดเบอแมนพูดได้ เหล่าร้ายก็คือจักวรรดิเนรอสที่มีสมุนเป็นกระตั๊ก
ในช่วงท้ายๆเรื่อง ได้คู่หูใหม่ที่หักหลังเนรอสมาช่วย เมทัลเดอ ก็คือ ทอปกันเดอ เรื่องนี้ก่อนดูผมคาดว่าจะสนุกมาก แต่พอดูจริงๆแล้วก็รู้สึกเฉยๆ ไม่ได้ถึงกับชอบมาก นอกจากจุดขายที่รู้สึกถึงดีไซน์ที่เท่ดีของสีน้ำเงินและแดงที่ตัดกัน เพราะฉากต่อสู้พระเอกถูกรุมตลอด แต่ ใช้การต่อสู้มือเปล่าปราบศัตรูเป็นกระตั๊กได้ แถมตอนจบก็เศร้า เพราะพระเอกตายตอนจบ
1988 จิไรยะ
คราวนี้มาแนวนินจา อาจจะดูไม่ค่อยเกี่ยวกับเกราะเหล็กเท่าไร แต่ว่าเป็นแนวทางที่แปลกดี พระเอกเป็นนินจาได้รับเกราะในตำนานมาต่อสู้กับนินจาฝ่ายชั่ว ที่ได้เชิญนินจานักฆ่าต่างๆจากทั่วโลก แถมด้วยมี นินจาจากต่างดาว ที่ตื่นจากการหลับไหลมาแจมด้วย และเนื่องด้วยผมดูเรื่องนี้เป็นเสียงญี่ปุ่น อาจจะไม่เกทเท่าไร แต่โดยรวมก็สนุกใช้ได้ครับ
เพราะนับเป็นหนังแนวนินจาเต็มรูปแบบที่หาได้ยากนักในยุค80
ในตอนอวสาน พวกนินจาฝ่ายธรรมมะก็รุมกินโตะเหล่าร้ายเสียหมอบ
1989 จีบัน
เรื่องนี้เป็นเรื่องแรกที่ผมได้ดูเลยครับ ทางช่องเก้า เลยมีความฝังใจส่วนตัว เป็นแนวตำรวจ(จริงๆ) พระเอกเสียชีวิตจากการช่วยเหลือคน เลยได้รับการช่วยเหลือจาก ดร ดัดแปลงเป็นตำรวจเหล็ก มีภาระต้องต่อกรกับพวก ปีศาจไบโอ อย่าง ไบโอลอน ที่นำโดย ดร กีบ้า ผู้เกลียดชังมนุษย์ พร้อมด้วยสมุนสาวแสบอย่าง กายา มายา
จีบันเองก็มีความผูกพันกับเด็กสาวคนนึงที่เป้นหลานของดรที่ดัดแปลงจีบัน แถมมีเหตุให้หนูน้อยความจำเสื่อมในช่วงกลางๆเรื่อง เล่นเอาเศร้าพอดู กลางเรื่องมีศัตรูตัวใหม่อย่าง แมดกันโบ สมุนสุดโหดของดรกีบ้า เล่นเอาจีบันแขนขาดตายไปหนึ่งรอบ ก่อนจะฟื้นได้ตามฟอม
พ่วงด้วย ศัตรูอีกกลุ่มอย่าง เจ้าหญิงจากดวงจันทร์ คอสโม ที่ร้ายกาจสุดๆอีกเช่นกัน จะว่าไปแล้ว เรื่องนี้ คลายอิทธิพลจากสตาวอไป มาใช้มุขโรโบคอปแทน
1990 วินสเปคเตอ
คราวนี้ยังเป็นตำรวจอยู่ แต่ ออกแนวเรสคิว ซึ่งโดนใจผมมากๆ พระเอก ชื่อ คางาว่า เรียวสวมเกราะสีแดง ชื่อ ไฟเยอ มีหุนยนช่วยเหลือ อย่าง วอลเตอ (เขียว) ไมเคิล (เหลือง)
เป็นเรื่องที่ไม่มีปีศาจ หรือสัตว์ประหลาดครับ แต่เป้นการต่อสู้กับพวก โจร อาชญากรรมในรูปแบบต่างๆ แม้ว่าจะไม่มีฉากต่อสู้กับปีศาจ แต่การที่พลอทเรื่องไม่ซ้ำกันในแต่ละตอน ออกแนวสืบสวน ทำให้ผมชอบเรื่องนี้มากครับ แถมได้ ดาราสุดยอด อย่างทากายูกิ มิยาอุจิ มาเล่นเป็นหัวหน้าหน่วย ยิ่งเท่ไปกันใหญ่ เรื่องนี้ฉายช้องเก้าด้วย
1991 โซลเบรน
เป็นภาคต่อแบบเต็มสูบของวินสเปคเตอ ในตอนจบของวินสเปคเตอ ได้โอนย้ายไปทำงานตำรวจสากลที่ต่างประเทศ หัวหน้าหน่วย(มิยาอุจิเล่น)เลยสร้างทีมใหม่ขึ้นมา ก็คือ โซลเบรน ประกอบด้วย ชาย1หญิง1 และหุ่นยน 1 เรื่องนี้ผมว่าด้อยลงจากวินสเปคเตอไปนิดนึงตรงที่หุ่นยนไม่สวย ตัวบึกๆ แม้ว่าจะแปลงเป็นรถแทรคเตอได้ ตัวนางเอกเองก็ไม่ค่อยมีบทบาทนอกจากแจกออกซิเจนเท่าไร บทเลยมาเทกับ พระเอกคนเดียวที่ชื่อไดกิ การดำเนินเรื่องก็เหมือนๆกับวินสเปคเตอครับ และก็มีรุ่นพี่อย่างคางาว่าเรียว พร้อมด้วย วอลเตอ ไมเคิล มาช่วยตอนต้นเรื่อง ก่อนที่ คางาว่าเรียว จะได้เกราะใหม่กลายเป็นไนท์ไฟเยอในช่วงกลางๆเรื่องและมาเป้นส่วนหนึ่งของทีมโซลเบรนอย่างเต็มตัว
1992 เอกซีดดราฟ
ยังคงเป็นแนวเรสคิวอยู่ แต่เปลี่ยนเป้นนายตำรวจหนุ่มสามคน เรดเดอ บลู คิส ช่วงแรกๆก็มันส์ดีครับ สไตล์เดิมๆ แต่ว่าหลังๆชักเละเทะ เพราะไปผูกเรื่อง กับพวกมือปราบจากต่างดาว กับ วันสิ้นโลกจากการทำลายล้างของซาตาน
คือต้นเรื่องเป็นแนวอาชญากรรม กับเทคโนโลยี ไหง ท้ายๆเรื่องกลายมาเป็นแนวอวกาศกับ ภูติผีไปได้
และเมื่อมีขึ้นย่อมมีลง เรื่องนี้ก็เป็นเรื่องสุดท้ายของแนวเรสคิวครับ เพราะโตเอะหมดมุขแล้วนั่นเอง ก่อนจะไปหาแนวทางใหม่ๆต่อไป

1993แจมเปอสัน
คราวนี้เหมือนเอาแนวนักสืบเค มาปัดฝุ่น เนื้อเรื่องผมไม่ค่อยชอบเท่าไร เนื่องจากพระเอกเป็นหุ่นยนทั้งดุ้น ไม่มีร่างคน ต้องสู้กับ เหล่าร้ายสามองค์กรพร้อมๆกัน กลางๆเรื่องได้คู่หู ที่เป็นหุ่นเหมือนกัน ชื่อ กันกิวสัน เรื่องนี้ยังดูไม่จบครับ เลยยังสรุปอะไรมากไม่ได้
1994บลูสวาท
เรื่องนี้มาแนวหน่วยสวาท ต่อสู้กับ เอเลี่ยนที่แฝงตัวมาแทรกซึมในร่างคนสำคัญต่างๆ ตอนแรกๆก็เป็นแนวแอบๆแทรกซึม หลังๆไม่แอบแล้ว ลุยแหลกเลย ทีมบลูสวาทประกอบด้วย3หน่วยสวาทมืออาชีพ อย่าง โช ซาร่า ชีค โดยเจ้าชีคนั้นไม่ใช่มนุษย์ เป็นมนุษย์ต่างดาว แต่มาอาศัยร่างคนอยู่ ส่วนพวกเอเลี่ยนนั้นก็มีเป็นกลุ่มเหมือนกัน ชื่อว่า กลุ่ม สเปซมาเฟีย นำโดยควีน(หน้าเละ) กลางๆเรื่องพวกบลูสวาทได้รับการช่วยเหลือจากโกลแพลตตินัม ได้เกราะใหม่ กลายเป็นไฮเปอโช
บางคนบอกชุดไม่สวย แต่ผมว่าเป็นเอกลักษณ์ดี ให้อารมหน่วยสวาทดีครับ
1995 บีไฟเตอ
มาถึงยุคสุดท้ายของเมทัลฮีโร่ ผมมองว่าค่อนข้างจะกอปๆเซนไทไปพอสมควร มีหญิงหนึ่ง ชายสอง นักแสดงก็คุ้นหน้าคุ้นตา บลูบีทก็คือ คัตสึจากไดเรนเจอ ส่วน จีสแตกก็คือ เมกาซิลเวอ ยุซากุนั้นเอง
มีการเปลี่ยนนักแสดงหญิงกลางเรื่อง ซึ่งคนใหม่นั้นก็น่ารักดีครับ
มีการสร้างตัวร้ายใหม่ที่ได้รับพลังจากแมลงเช่นกัน คือแบลคบีท
ซึ่งเป็นหนึ่งในสมุนของ จามาล จอมปีศาจที่น่ากลัว
ทีเดดของเรื่องนี้คือ 2ตอนสุดท้าย มีทีมบลูสวาท กับ แจมเปอสันมาช่วย ต้องร่วมมือกันปะทะกับเหล่าร้ายจากทั้งสามเรื่องที่ร่วมมือกันเช่นกัน
1996 บีไฟเตอคาบูโตะ
เป็นเรื่องสุดท้าย ของเมทัลฮีโร่ เป้นภาคต่อของบีไฟเตอครับ พระเอกเป็นเดกมัธยมปลาย เลยออกแนววีนๆหน่อย มีรุ่นพี่บีไฟเตอกลับมาช่วยด้วยบางตอน เหล่าร้ายก็แบ่งเป็นก๊ก ทั้งที่จริงๆเป็นกลุ่มเดียวกัน กลางเรื่อง ได้ นักรบแมลงมาร่วมทีมอีก4คน ซึ่งเป็นคาแรคเตอที่ต่างๆกันไป ตั้งแต่ ฝรั่ง ตาแป๊ะ สาวลูกครึ่ง ไอ้หนุ่มคันทรี่ ส่วนตัวร้ายก็ได้พวกนักรบแมลงฝั่งชั่วมาเสริมเช่นกัน ซึ่งเนื้อเรื่องจะมีความน่าสนใจกว่าบีไฟเตอภาคแรกที่ดำเนินเรื่องแบบตรงๆ หลังจากจบเรื่องนี้ ก็ น่าเสียดายที่โตเอะไปทำพวก คาบูทัค แบบเด็กๆ เมทัลฮีโร่ก็เลยถึงบทอวสานด้วยประการฉะนี้
บทความโดยน้องสมแมน (Sentai1975@Hotmail.com)

|