Welcome to SENTAILOVER.COM
ฮีโร่เว็ปบอร์ด

กลับหน้าแรก

  Sentai Robot Synopsis Vol.4

ในที่สุดก็มาถึงตอนที่ 4 ของบทความรวบรวมข้อมูลหุ่นยนต์ของบอร์ด Sentailover กันแล้วนะครับ ในบทคงามภาค 4 เนี่ยเป็นบทความที่ผมยอมรับว่าหนักใจที่สุด เนื่องจากจะต้องเขียนข้อมูลหุ่นยนต์ของเฮอริเคนเจอร์ ซึ่งมีหุ่นยนต์มากมายเป็นประวัติการ แถมยังมีคาราคุริบอลอีกตั้งหลายลูก แต่ไม่เป็นไรครับ แค่คุณๆ คนอ่านชอบกันผมก็มีความสุขแล้วละ นอกจากหุ่นยนต์ของเฮอริเคนเจอร์แล้ว เราก็ยังมีหุ่นยนต์ของแจ็กเกอร์ (ซึ่งไม่มีหุ่นก็เลยจะพูดถึงยานยนต์แทน) กับหุ่นของเทอร์โบเรนเจอร์ด้วยตามนี้

10.แจ็กเกอร์ เซนไทหน้ารูปไพ่ซีรีย์ที่ 2 ที่ออกอากาศในปี 1977 ที่ญี่ปุ่น โดยในซีรีย์นี้ยังไม่มีหุ่นยนต์ออกมาวาดลวดลาย ผมก็เลยขอพูดถึงยานยนต์หลักของขบวนการแทนก็แล้วกันนะครับ

10.1 ยานยนต์หลักมีอยู่ 2 ลำคือ

  • สกายเอซ ยานบินหลักของขบวนการ สกายเอซถูกปล่อยออกมาจากฐานทัพที่ซ่อนอยู่ในตึก โดยหน้าที่ของสกายเอซนอกจากจะใช้โจมตียานบินของพวกไครม์แล้ว ยังใช้บรรทุกแคปซูลแปลงร่างของแจ็กเกอร์ทั้ง 4 ไปยังสถานที่เกิดเหตุด้วย เนื่องจากแจ็คเกอร์ทั้ง 4 ไม่ได้มีเข็มขัดหรือว่ามือถือแปลงร่างแบบเซนไทในปัจจุบัน อุปกรณ์ที่ใช้ในการแปลงร่างของพวกเค้าก็คือแคปซูลแปลงร่าง ซึ่งแจ็กเกอร์จะต้องเข้าไปนอนในแค็ปซูลที่ว่าแล้วก็เร่งพลังงานจึงจะแปลงร่างได้ เพราะฉนั้นก็เลยเป็นหน้าที่ของสกายเอซที่จะต้องแคปซูลไปหาเหล่าแจ็กเกอร์ โดยเมื่อขนไปถึงแล้ว ถ้ายานสามารถลงจอดได้ แจ็กเกอร์ก็จะวิ่งเข้ามาแปลงร่างในยาน แต่ถ้าลงจอดไม่ได้ สกายเอซก็จะทิ้งกล่องสี่แหลี่ยมนิรภัยที่ภายในมีแคปซูลแปลงร่างลงไปแทน อีกหน้าที่นึงชองสกายเอซก็คือใช้ขนยานพาหนะทั้ง 4 ของแจ็กเกอร์ได้แก่ มัคไดของไดมอนด์แจ็ค,ออโตโครเวอร์ของโครเวอร์คิงส์,สเปดแมชชีนของสเปดเอซ แล้วก็ควีนบัคกี้ของฮาร์ดควีนไปด้วย สำหรับอาวุธหลักๆ ของสกายเอซ นอกจากจรวดมิซซายล์พิฆาตที่ติดอยู่ที่แพนหางแล้ว ก็ยังมีปืนกลคู่ที่ติดอยู่ที่ปืกทั้ง 2 ข้างอีกด้วย
  • แจ็กแทงก์ ยานยนต์ภาคพื้นดินที่มักใช้ในการปฏิบัตภาระกิจในป่า ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าเป็นรถถังเพราะฉนั้นงานของแจ็กแทงก์จะมักใช้ในการบุกตลุยเข้าไปในฐานทัพของศัตรู สำหรับอาวุธของแจ็กแทงค์นั้นก็มี ปืนใหญ่คู่ที่อยู่บนหลังคาของรถ,จรวดมิซซายล์ที่เก็บอยู่ในลำตัวรถทั้ง 2 ข้าง แล้วก็กระบุงที่ใช้ในการขุดตัก ซึ่งนอกจากนั้นยังใช้ในการทิ่มแทงศัตรู หรือที่พิสดารที่สุดก็คือใช้ในการไถ่ผนังตึกก็ยังได้อีกด้วย ในซีรีย์แจ็กแทงค์ถูกใช้งานแค่ไม่กี่ครั้ง ส่วนสาเหตุก็คงมาจากขี้เกียจสร้างฉากมั้ง

11.เฮอริเคนเจอร์ เซนไทนินจาซีรีย์ที่ 2 หรือเป็นซีรีย์ที่ 26 ของประวัติศาสตร์เซนไท เฮอริเคนเจอร์ออกอากาศในปี 2002 พร้อมกับความแปลกใหม่หลายประการมาก โดยในส่วนของหุ่นนั้นมีความแปลกออกไปหลายประการเลยตามนี้

11.1 หุ่นหลักมีอยู่ 4 ตัว ได้แก่

  • เซมปูจิน หุ่นหลักของเฮอริเคนเจอร์ทั้ง 3 ซึ่งเป็นศิษย์สำนักฮายาเตะริว เซมปูจินประกอบร่างมาจากยานหรือที่ในหนังเรียกว่าชิโนบิ แมชชีน 3 ลำได้แก่สกายอีเกิ้ลชองเฮอริเคนเรดเป็นส่วนหัว,อะควาดอลฟินของบลูเป็นส่วนแขนขวา ส่วนแลนด์ไลอ้อนเป็นส่วนที่เหลือคือลำตัว,ขา 2 ข้างและแขนซ้าย สำหรับไม้ตายของเซมปูจินก็คือดาบที่ได้มาจากคาราคุริบอลเบอร์ 1 นอกจากนั้นเซมปูจินก็ยังมีท่าไม้ตายอีกหลายท่าตามคาราคุริบอลลูกใหม่ที่คุณโอโบระ ฝ่ายวิจัยของฮายาเตะริวคิดออกมา ในการต่อสู้กับจากันจะ บางครั้งที่เซมปูจินเจอศัตรูที่เคลื่อนที่ได้เร็วมากๆ เซมปูจินก็สามารถพาวเวอร์อัพตัวเองเป็นโหมดความเร็วสูงที่เรียกว่าเฮอเรียโหมดได้ โดยการหดเกราะทั้งตัวให้เล็กลง ในโหมดนี้เซมปูจินจะมีความเร็วสูงมากๆ แต่ข้อเสียก็คือจะอยู่ในเฮอเรียโหมดได้แค่ 1 นาทีเท่านั้น สำหรับท่าไม้ตายของเฮอเรียโหมด นั่นก็คือท่ากรงล้อนรกที่ยื่นใบมีดออกมาจากแขนแล้วก็ม้วนตัวเป็นกงล้อไปโจมตีศัตรู เซมปูจินจัดเป็นหุ่นโครงสร้างหลักในการนำไปประกอบกับหุ่นตัวอื่นๆ กลายเป็นหุ่นลูกผสมสารพัดรูปแบบในตอนต่อๆ ไปของซีรีย์เฮอริเคนเจอร์
  • โกไรจิน หุ่นยนต์รูปร่างด้วงชอง 2 พี่น้องโกไรเจอร์จากสำนักอิคาซึจิ ริว โดยชิโนบิแมชชีนของคาบูโตะไรเจอร์ศิษย์พี่ ชื่อว่าโกไรบีทเทิลเปลี่ยนเป็นส่วนลำตัวและหัว ส่วนชิโนบิแมชชีนของคุวากะไรเจอร์ศิษย์น้อง โกไรสแต็ก เปลี่ยนเป็นส่วนขาทั้ง 2 ข้าง,แขนทั้ง 2 ข้างแล้วก็ส่วนเกราะที่หน้าอก สำหรับท่าไม้ตายชองโกไรจินนั้น ก็มีดาบใบเลื่อยที่อยู่ในคาราคุริบอลเบอร์ 4 ซึ่งขโมย มาจากเฮอริเคนเจอร์ นอกจากดาบใบเลื่อยแล้ว ท่าอื่นๆ ของโกไรจินก็คือท่าถอดเกราะส่วนอก ซึ่งก็คือเขาของโกไรสแต็คออกมาขว้างไปโจมตีศัตรู กับปืนใหญ่คู่ของโกไรบีทเทิลที่ปกติจะพับเก็บอยู่ที่รักแร้ทั้ง 2 ข้าง ถ้าเทียบเฉพาะพลังและการโจมตีแล้ว โกไรจินเหนือกว่าเซมปูจินแทบจะทุกทาง เพราะฉนั้นในช่วงแรกของซีรีย์ที่นินจา 2 สำนักยังเป็นศัตรูกันนั้น เมื่อไหร่ที่สู้กัน เซมปูจินก็มีอันเสร็จโกไรจินทุกครั้งไปนั่นแหละ
  • เทนคูจิน หุ่นยนต์ตัวที่ 3 ของเทนคูนินจา ชูริเคนเจอร์ ในรูปแบบทั่วไป เทนคูจินจะปรากฎตัวออกมาในรูปของเฮลิคอปเตอร์ ซึ่งพอจะต้องต่อสู้กับจากันจะ ถึงจะแปลงร่างเป็นเทนคูจิน เทนคูจินเป็นหุ่นยนต์ที่ไม่เน้นเรื่องพลังการโจมตี แต่เน้นเรื่องความเร็วมากกว่า เพราะฉนั้นอาวุธของเทนคูจินก็เลยมีอยู่แค่ 2 อย่างคือใบมีดที่ติดอยู่แขนทั้ง 2 ข้างกับใบพัดขนาดยักษ์ที่ติดอยู่ที่หน้าอก ซึ่งสามารถถอดออกมาชว้างใส่ศัตรูได้ อย่างที่บอกไปแล้วว่าเทนคูจินไม่ได้ออกแบบสำหรับการต่อสู้ แต่ออกแบบมาสำหรับช่วยหุ่นทั้ง 2 ตัวต่อสู้มากกว่า เพราะฉนั้นเทนคูจินก็เลยสามารถเข้าไปรวมร่างกับหุ่นทั้ง 2 ที่พูดถึงไปแล้วได้ ซึ่งหุ่นรวมร่างระหว่างเทนคูจินกับหุ่นทั้ง 2 นั้นเป็นยังไง ก็จะเล่าให้ฟังต่อไป
  • รีวอลเวอร์ แมมมอธ ชิโนบิแมชชีนในตำนานที่ชูริเคนเจอร์ปลุกขึ้นมาจากการหลับใหลโดยใช้ชิโนบิ เมทัลหรือเหรียญที่ติดอยู่ที่เครื่องแปลงร่างของทั้ง 6 คนมาใช้เป็นเครื่องมือในการปลุกเจ้าช้างยักษ์ตัวนี้ โดยในการเรียกเจ้าแมมมอธออกมาใช้งานแต่ละครั้งนั้น เหล่านักรบทั้ง 6 จะต้องใช้เครื่องดีดลักษณะคล้ายกีตาร์ของญึ่ปุ่นที่เรียกว่าซามิเซ็นออกมาดีดให้ระดับเสียงที่เหมาะสม เจ้าแมมมอธถึงจะโผล่ออกมาจากใต้ดิน โดยเจ้าแมมมอธเนี่ยจัดได้ว่าเป็นอาวุธลับสุดยอดที่จะใช้งานเวลาจำเป็นเท่านั้น เนื่องจากท่าไม้ตายของแมมอธเนี่ยมีความรุนแรงมาก ท่านี้จะเป็นการยิงคาราคุริบอลรัวออกไปแบบปืนกล ก่อนจะปิดท้ายด้วยการปล่อยคาราคุริบอลออกจากงวงของแมมมอธแบบมาเป็นคลื่นยังกะสึนามิ เพื่อจัดการปีศาจจากันจะดวงกุด ส่วนท่าไม้ตายอีกท่านึงซึ่งในซีรีย์มีการใช้แค่ไม่กี่ครั้งก็คือท่า Hurricane Rainbow (ไม่ใช่ชื่อไอติมน่ะ) ซึ่งเป็นท่าที่อาวุธที่ออกมาจากคาราคุริบอลทุกลูก จะขึ้นไปวางอยู่บนตัวช้าง แล้วก็หุ่นรวมร่างเทนไรเซมปูจินจะกระโดดขึ้นไปบัญชาการอยู่ด้านบน

11.2 หุ่นรวมร่างมีอยู่ 4 ตัวเหมือนกันคือ

  • โกไรเซมปูจิน หุ่นรวมร่างระหว่างเซมปูจินกับโกไรจิน โกไรเซมปูจินเกิดขึ้นมาจากความซนของคุณโอโบโระแท้ๆ เนื่องจากเจ๊แกลองศึกษาโครงสร้างชองโกไรจินดูแบบเล่นๆ แล้วก็เจอว่าที่จริงแล้วโกไรจินกับเซมปูจินเนี่ย สร้างออกมาด้วยโครงสร้างที่คล้ายกันมาก จนกระทั่งสามารถปรับเข้ามารวมร่างกันได้ แต่ต้องมีส่วนประกอบบางอย่างเพิ่มขึ้นมาอีกเล็กน้อย ว่าแล้วอาเจ๊แกก็สร้างคาราคุริบอลออกมาใหม่อีก 2 ลูกคือเบอร์ 7 ซึ่งเบ่งออกมาจากเซมปูจินกับเบอร์ 8 ที่ปล่อยออกมาจากโกไรจิน โดยภายในลูกบอลทั้ง 2 ลูกจะมีส่วนประกอบของหุ่นตัวเล็กที่ชื่อว่าฟูไรมารุอยู่ หลังจากที่ลูกบอลทั้ง 2 รวมร่างกันเป็นเจ้าฟูไรมารุแล้ว ฟูไรมารุก็จะทำการบัญชาการการรวมร่างระหว่างหุ่นทั้ง 2 โดยโกไรบีทเทิลจะเปลี่ยนเป็นส่วนเท้าทั้ง 2 ของหุ่นรวมร่าง ส่วนโกไรสแต็กจะเปลี่ยนเป้นส่วนแขนทั้ง 2 ข้าง และฟูไรมารุจะเปลี่ยนเป็นหน้ากากกับหมัดทั้ง 2 ข้างของหุ่นตัวใหม่ สำหรับอาวุธของโกไรเซมปูจินนั่นก็คือลำแสงมหากาฬที่จะเริ่มโดยการปั่นส่วนหัวของแลนด์ไลอ้อนที่อยู่ที่หน้าอกด้วยเชืกคล้ายๆ เชือกปั่นลูกข่าง หลังจากนั้นก็จะมีการรวมพลังเกิดขึ้น และเมื่อพลังเต็มเปี่ยม ท่าไม้ตายที่จะปล่อยพลังแสงออกไปจากทั้งแลนด์ไลอ้อน,เขาของโกไรบีทเทิลที่อยู่บนไหล่ซ้ายและอะควาดอลฟินที่อยู่บนไหล่ขวาก็จะเกิดขึ้น จะว่าไปแล้วโกไรเซมปูจินจัดเป็นหุ่นยนต์ที่ใช้งานได้นานมาก เนื่องจากพี่แกจะมีบทบาทในซีรีย์ไปจนถึงตอนจบเลยละ
  • เทนคูเซมปูจิน หุ่นรวมร่างระหว่างเซมปูจินเจ้าเก่ากับเทนคูจิน โดยวิธีรวมร่างจะออกมาแบบมักง่ายมาก เนื่องจากเทนคูจินจะเปลี่ยนเป็นพัดลมเข้าไปแทนที่อะควาดอลฟินที่แขนขวาเท่านั้นเองจบ หุ่นตัวนี้จะว่าไปแล้วเหมือนทำโชว์มากกว่าจะใช้งานจริงเนื่องจากมีบทบาทแค่ไม่กี่ตอน (แต่ตอนนึงในนั้นก็คือตอนที่มีเทนคูจินออกมาทีเดียว 3 ตัวรวด) อาวุธหลักของเทนคูเซมปูจินก็คือพลังลมที่ปล่อยออกไปจากเทนคูจินที่เข้ามาติดที่แขนขวาของหุ่น
  • เทนคูโกไรจิน อ่านมาถึงตรงนี้คงเดาออกแล้วนะครับว่า หุ่นตัวนี้เกิดจากการรวมร่างกันระหว่างเทนคูจินกับโกไรจิน โดยเทนคูจินจะเปลี่ยนร่างเป็นพัดลมไปวางแหมะอยู่ที่ไหล่ทั้ง 2 ข้างของโกไรจิน เทนคูโกไรจินจะมีบทบาทมากกว่าเทนคูเซมปูจินนะ เนื่องจากแรงลมที่ปล่อยออกมาจากใบพัดของเทนคูจินบนไหล่ ซึ่งเป็นท่าไม้ตายของเทนคูโกไรจินเนี่ย จัดว่ารุนแรงใช้ได้เลย แล้วก็เช่นเดียวกับเทนคูเซมปูจิน ตอนที่สนุกที่ของหุ่นรวมร่างที่มีเทนคูจินเข้าไปเกี่ยวก็คือ ตอนที่มีเทนคูจินโผล่ออกมาทีเดียว 3 ตัวนั่นแหละ เอาไว้ว่างๆ ผมจะเล่าถึงตอนนี้ใน Super Episode ให้ฟังก็แล้วกันนะครับ
  • เทนไรเซมปูจิน ชื่อคล้ายๆ กับหุ่นตัวที่ 2 มากๆ เลยนะครับ แต่อย่าเช้าใจผิดว่าเป็นตัวเดียวกันนะ เนื่องจากเจ้าเทนไรเซมปูจินเนี่ย เกิดจากการรวมร่างของหุ่นหลักทั้ง 3 ตัวเลย (ยกเว้นรีวอลเวอร์ แมมมอธ) โดยในการรวมร่างคราวนี้คุณโอโบโระ แกจะต้องประดิษฐ์คาราคุริบอลออกมาใหม่อีก 3 ลูกคือเบอร์ 15-17 โดยเบอร์ 15 ออกมาจากเทนคูจิน,16 จากเซมปูจินและ 17 จากโกไรจิน ส่วนประกอบที่อยู่ภายในคาราคุริบอลทั้ง 3 จะรวมกันกลายเป็นยานบินที่มีชื่อว่าไทรคอนโทรล (อ้างอิงจากชองโรสนะครับ) สำหรับการรวมร่างเป็นหุ่นตัวนี่จะค่อนข้างงงหน่อยนะครับ โดยโครงสร้างหลักจะใช้ของโกไรเซมปูจิน แต่หันหน้าสิงโตไปด้านหลังแล้วก็เอาเทนคูจินทั้งตัวหดเหลือแค่ใบพัดขนาดยักษ์เสียบเข้าไปที่หน้าอกแท และไทรคอนโทรลก้จะแยกร่างออกกลายเป็นใบหน้าของหุ่นตัวใหม่กับหมัดทั้ง 2 ข้าง ส่วนส่วนประกอบที่เหลือจะใช้ชองเดิมของโกไรเซมปูจิน สำหรับท่าไม้ตายของเจ้าหุ่นตัวนี้ก็คือ พายุหมุนขนาดยักษ์ที่สร้างออกมาจากใบพัดที่หน้าอกนั่นเอง แต่ผมว่าเจ้าเทนไรเซมปูจินเนี่ยไม่ค่อยเก่งเท่าไหร่นะ แถมยังออกไปทางเก้งก้าง โดยชกทีเดียวก็ล้มแล้ว สู้แม็กซ์วิคตอรี่โรโบไม่ได้ รายนั้นเก่งกว่านี้เยอะเลยละ

11.3 คาราคุริบอล ระบบคาราคุริบอล เป็นระบบพิเศษที่คุณโอโบโระออกแบบมาให้เซมปูจินสามารถใช้อาวุธพิเศษหลายๆ ชนิดได้ แต่ระบบนี้ก็ถูกโกไรจินซึ่งในช่วงแรกยังเป็นศัตรูกับเซมปูจินก็อปปี้ไปใช้ในที่สุด สำหรับการทำงานของคาราคุริบอลนั้น ขั้นแรกคุณโอโบโระจะส่งชิโนบิ เมทัล ซึ่งปรดิษฐ์ขึ้นมาใหม่ไปให้เฮอริเคนเจอร์ หลังจากนั้นก็จัดการเอาชิโนบิเมทัลใส่เครื่องเล่นซะ คาราคุริบอลก็จะออกมาจากหน้าอกของหุ่นยนต์ให้ใช้งานได้ สำหรับคาราคุริบอลทั้งหมดในซีรีย์นั้นมี 17 ลูกตามรายละเอียดดังนี้

  • เบอร์ 1 ลูกแรกของคาราคุริบอลก็คือ ดาบประจำตัวของเซมปูจินที่มีชื่อว่าซอร์ด สแลชเชอร์ เจ้าดาบอันนี้มีความแปลกประหลาดจากดาบของหุ่นยนต์เซนไทก่อนหน้านี้พอควร เนื่องจากนอกจากจะใช้ฟันหรือจิ้มได้ตามพิมพ์นิยมแล้ว บางทีดาบอันนี้ ยังใช้ยืดหรือหดเข้าไปจิ้มศัตรูก็ได้อีกด้วย เออแปลกดีเหมือนกันแฮะ
  • เบอร์ 2+เบอร์ 3 เอาทั้ง 2 เบอร์มารวมกัน เนื่องจากอาวุธที่ออกมาจากคาราคุริบอลทั้ง 2 ลูกเนี่ยสามารถใช้ได้ทั้งแบบแยกกันหรือเอามารวมกันใช้ก็ได้ โดยอาวุธที่ออกมาจากคาราคุริบอลเบอร์ 2 คือค้อนรูปแกะ ซึ่งต้องใช้ความสามารถของโคตะในการใช้งานอาวุธอันนี้ ส่วนบอลเบอร์ 3 นั้นคือลูกบอลเต่ายักษ์ที่ออกมาจากหินวิเศษที่ซ่อนเอาไว้บนภูเขาศักดิ์สิทธิ์ที่นักเรียนปี 1 จะต้องปีนชึ้นไปใหเถึงยอด ถึงจะจบปี 1 ผ่านไปปี 2 ได้และก็เป็นนานามิที่อ.มุเก็นไซ อ.หนูตะเภาส่งขึ้นไปเอาเจ้าเต่าหินตัวนี้ลงมา การใช้งานเจ้าเต่าหินนี่ สามารถเอามาใช้ขว้างออกไปคล้ายๆ ลูกข่าง และที่สำคัญก็คือเราสามารถเอาบอลเต่ายักษ์มารวมกับค้อนหัวแกะกลายเป็นอาวุธพิเศษที่คล้ายๆ ของเล่นของญี่ปุ่นที่ชื่อว่าเค็นตามะ โดยการเล่นเจ้าเคนตามะเนี่ยก็คล้ายๆ การเดาะลูกบอล แต่แนที่จะเดาะด้วยขา ก็ใช้เจ้าค้อนหัวแกะนั่นแหละเดาะลูกบอลเต่าแทน โดยหลังจากที่เดาะจนพอใจแล้ว เซมปูจินก็จะขว้างลูกบอลเต่าไปที่ศัตรูเป็นอันเสร็จงาน
  • เบอร์ 4 ก็คือดาบใบพัดที่ตอนแรกคุณโอโบโระตั้งใจจะพัฒนามาให้เซมปูจินใช้ แต่โดนพี่น้องโกไรเจอร์ขโมยชิโนบิเมทัลไป ดาบใบพัดเบอร์ 4 ก็เลยกลายเป็นอาวุธประจำตัวของโกไรจินไปซะยังงั้นเอง
  • เบอร์ 5+เบอร์ 6 ลักษณะเดียวกับเบอร์ 2+3 นั่นก็คือสามารถเอาลูกบอลเบอร์ 5+6 มาใช้งานด้วยกันได้ โดยอาวุธที่ออกมาจากบอลเบอร์ 5 ก็คือ Gatling Lion หรือปืนกลเล็กรูปสิงโต ที่กระสุนจะออกมาจากรูที่อยู่รอบๆ คอสิงโต ส่วนเบอร์ 6 ก็คือสว่านที่เอามาใช้ทิ่มศัตรูแบบตรงตัวนั่นแหละ เซมปูจินสามารถเอาอาวุธทั้ง 2 ชนิดมารวมกันกลายเป็นปืนกลหัวสว่านที่ใช้ได้ทั้งยิงแล้วก็ทั้งไช มันเค้ากันไปเลยละ
  • เบอร์ 7+เบอร์ 8 บอลเบอร์ 7 จากเซมปูจินกับบอลเบอร์ 8 จากโกไรจิน จะรวมกันกลายเป็นหุ่นขนาดเล็กที่มีชื่อว่าฟูไรมารุ และหลังจากนั้นนายฟูไรมารุแกก็พล่ามบทกลอนอะไรออกมาก็ไม่รู้ พร้อมๆ กับที่พี่แกจะบัญชาการรวมร่างระหว่างเซมปูจินกะโกไรจินกลายเป็นโกไรเซมปูจินอย่างที่เล่าไปแล้วนั่นแหละ
  • เบอร์ 9 ผ้าคลุมสีแดงที่ผมเล่าไปแล้วในบทความ Synopsis ว่าไม่รู้ว่าโตเอะมันทำออกมาทำไม เนื่องจากในซีรีย์ถ้าผมจำไม่ผิด เซมปูจินแกจะเอาไว้ใช้คลุมตัวอะไรซักอย่างแค่นั้นแหละ (แค่นั้นจริงๆ นะ) และหลังจากนั้นก็สุดจะคาดเดาว่าผ้าสีแดงผืนนี้จะเอาไปใช้ทำอะไรต่อ อาจจะกลายเป้นผ้าขี้ริ้วในบ้านคุณโอโบโระไปแล้วก็ได้นะครับ ใครที่เก็บคาราคุริบอลลองบอกหน่อยครับว่าไอ้เจ้าผ้าสีแดงเนี่ยมีทำออกมาขายไหม ถ้ามีก็แปลว่าบันไดแกบังคับให้โตเอะทำผ้าออกมาเพื่อขายของเล่นอย่างเดียวเลยแน่นอนที่สุด
  • เบอร์ 10 ลูกข่างรูปผึ้ง อาวุธหลักและเป็นท่าไม้ตายท่านึงของเทนคูจิน อย่างที่บอกไปแล้วว่าเทนคูจินเนี่ยเป็นหุ่นเสริม เพราะฉนั้นอาวุธอะไรทั้งหลายชองพี่แกก็เลยออกมาสไตล์น่ารักแล้วก็ไม่รุนแรงอะไรนัก เจ้าลูกข่างรูปผึ้งเนี่ยก็เป็นอันนึงที่ชัดเจนมากๆ เลย สำหรับคาราคุริบอลของเทนคูจินนั้นจะมาฟอร์มแปลกมาก เนื่องจากหุ่นอีก 2 ตัวนั้นคาราคุริบอลจะโผล่ออกมาจากหน้าอก ส่วนของพี่เทนคูจินเนี่ย จะมาประมาณว่าอยู่ดีๆ พี่แกก็เสกลูกบอลขึ้นมาแล้วก็ยกขึ้นมาใช้ได้เฉยเลยละ
  • เบอร์ 11 ปลากระเบนสายฟ้า อาวุธหลักอีกอย่างนึงของโกไรจิน ซึ่งได้มาหลังจากที่กลีบใจเป็นพวกเซมปูจินแล้ว ปลาประเบนสายฟ้าเนี่ยจัดเป็นอาวุธที่เท่มาก เนื่องจากใช้โจมตีได้ทั้งจากระยะไกลคือปล่อยสายฟ้าออกไปช็อต หรือว่าจะโจมตีใกล้ๆ โยการเอาหางปลาประเบนเข้าไปจิ้มตรงๆ เลยก็ได้ด้วย
  • เบอร์ 12 แมงมุมยักษ์ของเทนคูจินอีกแล้ว อาวุธของเจ้าเทนคูจินเนี่ยออกแนวติงต๊องหมดจริงๆ นะครับ เนื่องจากประโยชน์ของเจ้าแมงมุมยักษ์ตัวเชียว ซึ่งรู้สึกว่าจะออกมาแค่ตอนเดียวเนี่ยก็คือใช้ปาใช้แปะอะไรซักอย่าง แล้วก็ดึงไอ้เจ้าของสิ่งนั้นกลับมาหาตัวเองเท่านั้นเองเป็นอันจบจริงๆ นะ (มาถึงตรงนี้ผมว่าบันไดมันบ้าขายของเล่นมากไปหน่อยแล้วนะ)
  • เบอร์ 13 ตรายางยักษ์ ไอ้ตรายางเนี่ยยิ่งหนักกว่าผ้าคลุมเข้าไปหนัก เนื่องจากผมเองก็ดูซีรีย์นี้จบไปไม่นานนัก พยายามนึกอยู่ตั้งหลายครั้งห็ยังนึกม่ายออกว่าไอ้เจ้าตรายางอันเนี้ยมันออกมาตอนไหนฟ่ะ คลับคล้ายคลับคลาว่าเซมปูจินเอาออกมาปั้มหน้าปีศาจจากันจะซักตัวนึงนี่แหละ แต่จำอะไรไม่ได้มากกว่านี้เลยจริงๆ นะเนี่ย เพราะฉนั้นไอ้เจ้าตรายางยักษ์ ผมคงจะต้องขอเคาะผ่านละครับ
  • เบอร์ 14 ดาวยักษ์ อันนี้จำได้หน่อยว่านานามิจะเป็นคนงัดเอาขึ้นมาใช้นะ โดยดาวยักษ์เนี่ยนอกจากจะใช้ปาไปโจมตีศัตรูได้โดยตรงแล้ว ก็ยังสามารถเอามาติดที่หัวเข่าแล้วก็ทำท่าเข่าลอยติดดาวทิ่มศัตรูก็ยังได้อีกด้วย ส่วนผลลัพธ์ที่เกิดกับปีศาจจากันจะหลังจากเจอท่านี้เข้าไป พี่แกก็ได้เห้นดาวจริงๆ เลยแหละ (ก็แหงซิ ดาวลอยเข้าไปที่หน้าเต็มๆ เลยนี่)
  • เบอร์ 15-17 คาราคุริบอล ทั้ง 3 ลูกจะออกมารวมร่างกันเป็นยานที่มีชื่อว่าไทรคอนโทรล ซึ่งจะใช้เป็นส่วนประกอบเสริมของสุดยอดหุ่นที่มีชื่อว่าเทนไรเซมปูจินตามที่ผมเล่าไปแล้ว สำหรับรายละเอียดผมคงไม่เล่าแล้วนะ ให้คุณย้อนกลับไปอ่านในส่วนที่ว่าด้วยเทนไรเซมปูจินกันเอาเองก็ละกัน

12.เทอร์โบเรนเจอร์ ซีรีย์เกี่ยวกับรถ ซีรีย์แรกที่ออกอากาศเป็นซีรีย์ที่ 13 ของเซนไททั้งหมดในปี 1989 ที่ญี่ปุ่น เนื่องจากเทอร์โบเรนเจอร์ค่อนข้างจะเก่าแล้ว พี่แกก็เลยมีหุ่นไม่มากนักดังนี้

12.1 หุ่นหลักมีอยู่แค่ 2 ตัวคือ

  • เทอร์โบโรโบะ หุ่นยนต์ตัวแรกของซีรีย์และเป็นหุ่นยนต์ที่ใช้งานได้คุ้มค่าที่สุด เนื่องจากไม่ว่าพี่แกจะมีหุ่นรวมร่างออกมากี่ตัว เจ้าเทอร์โบโรโบะ ก้จะต้องเป็นส่วนประกอบหลักที่ขอเข้าไปแจมด้วยทุกครั้งไป สำหรับส่วนประกอบของเทอร์โบโรโบะนั้น เท้าซ้ายมาจากเทอร์โบจิ๊บของบลูเทอร์โบ,เท้าขวามาจากเทอร์โบบักกี้ของเยลโลเทอร์โบ,ส่วนขาไปจนถึงเอวมาจากเทอร์โบทรัคของแบล็กเทอร์โบ ส่วนแขนทั้ง 2 ข้างมาจากเทอร์โบวากอนของพิงก์เทอรโบ และส่วนหน้าอกกับหัวมาจากเทอร์โบจีที รถที่ดันบินได้ไงก็ไม่รู้ของเรดเทอร์โบ สำหรับอาวุธหลักของเทอร์โบโรโบะนั้นก็มีอยู่อย่างเดียวตามสูตรนั่นก็คือดาบเทอร์โบ กับท่าไม้ตายอันเดียวเหมือนกันนั่นก็คือเทอร์โบครัช อ้อลืมไปนอกจากดาบเทอร์โบแล้ว พี่แกยังเอาปืนที่ติดอยู่ที่สะเอวทั้ง 2 ข้างออกมายิงแก้กลุ้มก็ได้ด้วยนี่หว่า จะว่าไปแล้วเทอร์โบโรโบะเนี่ยจัดเป็นต้นกำเนิดของระบบการรวมร่างของหุ่นเซนไทในยุคหลังๆ เลยนะครับ เนื่องจากหลังจากเทอร์โบเรนเจอร์แล้ว หุ่นยนต์ส่วนมากก็มักจะใช้ระบบการรวมร่างคล้ายๆ กับเทอร์โบโรโบะแถมจะทั้งนั้นเลย ไม่ว่าจะเป็นเจ็ทอิคารอส,มุเตกิโชกุนหรือว่าที่ชัดมากๆ เนื่องจากเหมือนกันเป๊ะ ก็คือ VRV โรโบะนั่นแหละ
  • เทอร์โบรักเกอร์ หุ่นยนต์ตัวที่ 2 ซึ่งโผล่ออกมาช่วงกลางเรื่อง เนื่องจากเทอร์โบโรโบะ โดนนายจิมเบอร์เล่นงานซะงอม ดร.ดาไซแกก็เลยจำใจต้องคายความลับที่แอบซุ่มสร้างเจ้าเทอร์โบรักเกอร์ตัวนี้อยู่ แต่เนื่องจากซุ่มมากไปหน่อย เทอร์โบรักเกอร์ก็เลยยังสร้าวไม่เสร็จ งานนี้นายไทกอเอ้ยไทจิก็เลยต้องขับสิบล้อเอ้ยเทอร์โบทรัคของพี่แกออกไปล่อนายจิมเบอร์เป็นการถ่วงเวลาไปก่อน และหลังจากที่ถ่วงอยู่พักใหญ่คือเกือบตอนเต็ม เทอร์โบรักเกอร์ในรูปแบบยานรบที่ชื่อ Rugger Fighter ก็เสร็จสมบูรณ์พร้อมลุย สำหรับอาวุธของเทอร์โบรักเกอร์นั้นมีอยู่ 3 อย่างชนิดแรกก็คือ Screw Rugger Kick ซึ่งเป็นท่าไม้ตายที่เทอร์โบรักเกอร์จะใช้เป็นประจำ ชื่อมันก็บอกอยู่แล้วว่าท่าไม้ตายอันนี้ก็คือท่าควงสว่านเตะศัตรูให้ดิ้นน่ะเอง ดูเซนไทมาก็พอควรแล้วเนี่ย ผมเองยังไม่เห้นท่าไม้ตายของหุ่นตัวนี้เป็นท่ากระโดดเตะแบบเจ้ารักเกอร์ตัวนี้เลย (สงสัยคนออกแบบคงคลั่งมดแดงมากไปหน่อยง่ะ) ท่าที่ 2 ก็คือ Battle Ball หรือลูกรักบี้ที่ใช้เตะหรือปาไปโจมตีศัตรู ท่านี้ทำอะไรไม่ได้มากนัก นอกจากแค่สร้างควมเจ็บๆ คันๆให้เท่านั้นเอง และท่าสุดท้ายก็คือ Big Rugger Gun หรือปืนใหญ่ที่ติดอยู่ที่ไล่ทั้ง 2 ข้างของเทอร์โบรักเกอร์น่ะเอง

12.2 หุ่นเสริมมีอยู่ตัวเดียวคือ

  • เทอร์โบ บิวเดอร์ ฐานทัพที่เก็บเทอร์โบแมชชีนทั้ง 5 ลำที่เปิดตัวออกมาในตอนเดียวกับเทอร์โบรักเกอร์นะแหละ โดยหน้าที่หลักของเทอร์โบบิวเดอร์ก็คือทำหน้าที่ปล่อยเทอร์โบแมชชีนทั้ง 5 ลำออกไปปฎิบัติงาน แต่พี่แกก็สามารถแปลงร่างจากฐานทัพกลายเป็นหุ่นยนต์ได้ โดยการพับตัวขึ้น ส่วนอาวุธของพี่แกก็คือสารพัดปืนกลที่ติดอยู่แขนทั้ง 2 ข้าง

12.3 หุ่นรวมร่างมีอยู่ 2 ตัวคือ

  • ซูเปอร์เทอร์โบ โรโบะ การรวมร่างกันระหว่างเทอร์โบ โรโบะกับเทอร์โบ รักเกอร์ โดยแกนหลักของหุ่นจะใช้เทอร์โบ โรโบะหลังจากนั้นเทอร์โบรักเกอร์จะแยกร่างออกไปคลุมส่วนหัวและหน้าอกของเทอร์โบโรโบะ นอกจากนั้นก็ยังส้นสูงหรือก็คือส่วนของเทอร์โบรักเกอร์แอยู่ใต้เท้าของเทอร์โบโรโบะด้วย ผลการรวมร่างที่ได้ก็คือหุ่นยนต์ตัวสูงยังกะตึกที่หน้าตาดูคล้ายๆ เด็กขาดสารอาหารคือหัวโตแต่ขาลีบ และถ้าจะถามความเห็นผม ผมว่าเจ้าซูเปอร์เทอร์โบ โรโบะเนี่ยแหละคือหุ่นเซนไทที่หน้าตาอัปลักษณ์ที่สุดตัวนึงในประวัติศาสตร์ของเซนไทเลยทีเดียว สำหรับท่าไม้ตายของพี่แกก็มีอยู่ท่าเดียวนั่นก็คือท่าลำแสงพิฆาต Super Mirage Beam ไงล่ะ
  • ซูเปอร์เทอร์โบ บิวเดอร์ ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าเป็นการรวมร่างกันระหว่าง ซูเปอร์เทอร์โบโรโบะกับเทอร์โบ บิวเดอร์น่ะเอง สำหรับวิธีการรวมร่างก็ง่ายๆ สุดอีกแล้ว นั่นก็คือซูเปอร์เทอร์โบโรโบะทั้งตัว ย้ายเข้าไปอยู่ในตัวของเทอร์โบบิวเดอร์เลย ส่วนท่าไม้ตายของเจ้าหุ่นซูเปอร์บิ๊กตัวนี้ก็คือ Super Turbo Builder Beam ที่เป็นการยิงลำแสงออกมาจากหน้าอกรูปตัว T นั่นเอง และเมื่อคุณอ่านมาถึงตรงนี้ก็แปลว่าบทวามตอนที่ 4 ก็ได้เวลาจบลงแล้ว เตรียมพบกับบทความตอนที่ 5 ได้ต่อไปเลยครับ

    มาร์ตี้ คนรักเซนไท (Sentailover@Hotmail.com,Sentailover@Gmail.com)

สงวนลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2549 www.sentailover.com