ผ่านมา 4 ตอนมาถึงตอนที่ 5 ของบทความหุ่นยนต์เซนไทกันแล้วนะครับ โดยในตอนที่ 5 เนี่ยเป็นตอนที่น่าจะถูกใจใตรหลายๆ คนนะ เนื่องจากมีหุ่นยนต์จากซีรีย์ที่น่าสนใจมากๆ 2 ซีรีย์คือ โอเรนเจอร์กับมาจิเรนเจอร์ โดยซีรีย์แรกในบทความตอนที่ 5 เนี่ยก็คือโอเรนเจอร์ ก่อนจะคั่นกลางด้วยซีรีย์ที่เก่าหน่อย แต่ก็มีหลายๆ คนพูดถึงอยู่เรื่อยๆ อย่างแฟลชแมน แล้วก็ปิดท้ายด้วยซีรีย์ล่าสุดที่เพิ่งจบไปหมดๆ อย่างมาจิเรนเจอร์ที่ผมคงต้องขอบคุณน้อง Zerphirorth ณ ตรงนี้อีกครั้ง ถ้าไม่มีน้องผมคงไม่ได้ 11 ตอนสุดท้ายมาดูแบบชัดๆ แบบนี้หรอก ขอบคุณนะครับ เอาละเรามาดูรายละเอียดของหุ่นยนต์ของทั้ง 3 ขบวนการกันเลยเนอะ
13.โอเรนเจอร์ ซีรีย์ที่ 19 ที่สร้างขึ้นฉลอง 20 ปีการสร้างเซนไทในปี 1995 (เว้นว่างไปปีนึงตอนแจ็กเกอร์ ก็เลย 20 ปี 19 ขบวนการไง) และก็เนื่องจากเป็นซีรีย์ที่ฉลองครบรอบ 20 ปี เพราะฉนั้นก็ปล่อยหุ่นยนต์ออกมาฉลองแบบเยอะมากๆ ตามรายละเอียดดังนี้เลย
13.1 หุ่นหลักมีอยู่ 3 ตัวคือ
- โอเรนเจอร์โรโบะหุ่นหลักตัวแรกของซีรีย์ที่กว่าจะโผล่มาได้ก็ปาเข้าไปตอนที่ 7 หรือ 8 แล้ว โอเรนเจอร์โรโบะเป็นหุ่นยนต์ที่สร้างขึ้นโดยอาศัยพลังของอารยธรรมโบราณทั้ง 5 มาใช้เป็นพลังงานขับเคลื่อน สำหรับส่วนประกอบของโอเรนเจอร์โรโบะนั้น สกายฟินิกซ์ของโอเรดจะเปลี่ยนเป็นส่วนหัว ส่วนแดชลีออนของโอบลูกลายเป็นส่วนลำตัวและแขนทั้ง 2 ข้าง,แกรนด์ทอรัส ของโอกรีนกลายเป็นส่วนเอวและต้นขาทั้ง 2 ข้าง ดูได้จากที่ยังมีหัวกระทิงอยู่ที่เอวอยู่เลย (ดูแล้วคล้ายๆ กาโอคิงส์เหมือนกันนะ), โดกูแลนเดอร์ของโอเยลโล่เปลี่ยนเป็นส่วนขาซ้าย และเมาโหลดเดอร์ของโอพิงค์เปลี่ยนเป็นส่วนขาขวา สำหรับท่าไม้ตายของโอเรนเจอร์โรโบะ นอกจากท่าปกติหรือท่าดาบพิเศษซึ่งเรียกในหนังว่าท่าซูเปอร์ คราวน์ ซอร์ดแล้ว ยังมีท่าพิเศษอีกชุดนึง นั่นก็คือท่าการโจมตีที่มาจากการเปลี่ยนหมวกที่ครอบอยู่บนหัวของโอเรนเจอร์โรโบะ ซึ่งโดยปกติโอเรนเจอร์โรโบะจะใส่หมวกที่ดูคล้ายๆ ปีกนกซึ่งเรียกว่าวิงก์เฮดอยู่ โดยเจ้าวิงก์เฮดซึ่งเป็นของโอเรดเนี่ยจะใช้ในการเรียกดาบพิฆาตออกมา แต่โอเรนเจอร์โรโบะยังสามารถเปลี่ยนหมวกได้ตามโอเรนเจอร์คนอื่นๆ ด้วย โดยเริ่มจากโอกรีนที่หมวกของพี่แกจะมีลักษณะเป็นเขาควายเหมือนหุ่นยนต์ หมวกโอกรีนจะชื่อว่าฮอร์นเฮด ท่าการโจมตีของฮอร์นเฮดก็คือการวิ่งเข้าขวิดศัตรูแบบวัวกระทิงแบบบื้อๆ เลย ต่อมาถึงหมวกของโอบลูซึ่งชื่อว่ากราวิตันเฮด เจ้าหมวกแบบนี้จะมีลักษณะคล้ายๆ ปิรามิด ซึ่งก็ไม่แปลกเนื่องจากหุ่นของโอบลูก็ดูคล้ายๆ สฟิงก์อยู่แล้วท่าไม้ตายของกราวิตันเฮดก็คือท่าปล่อยแสงออกมาจากส่วนปิรามิดกับส่วนใบหน้าของสฟิงก์ที่หน้าอกของโอเรนเจอร์โรโบะ มาถึงของโอเยลโล่กับโอพิงก์บ้าง ทั้ง 2 สาวเนี่ยมีส่วนหัวที่คล้ายๆ กันนั่นก็คือเป็นส่วนหัวที่มีปืนใหญ่ติดอยู่ โดยของโอเยลโล่ซึ่งเรียกว่าวัลคันเฮด จะมีปืนใหญ่อันเดียว ส่วนของโอพิงค์ซึ่งเรียกว่าแคนนอนเฮดนั้นจะมีปืนใหญ่ติดอยู่ 2 อัน ซึ่งก็แน่นอนอยู่แล้วว่าท่าการโจมตีของสองสาวก็มาจากปืนใหญ่บนหัวนั่นแหละ นอกจากอาวุธที่พูดไปเยอะแยะแล้ว ในสกายฟินิกซ์ของโอเรด ยังมียางรถยนต์ขนาดยักษ์ ซึ่งใช้เป็นท่าไม้ตายของโอเรนเจอร์เก็บอยู่อีกด้วยแหละ
- เรดพั้นเชอร์ หุ่นยนต์หลักตัวที่ 2 ของซีรีย์ ซึ่งปรากฏตัวออกมาในตอนที่ 19 ที่จริงตอนแรกนายมิอุระแกตั้งใจจะใช้เป็นหุ่นตัวแรก แต่ว่านายคิริโนะ อิปเป นักบินฝึกหัดของ UA Force ดันขโมยออกไปใช้แล้วก็เนื่องมาจากหุ่นมันยังสร้างไม่เสร็จ เรดพั้นเชอร์ก็เลยทรยศ นายอิปเปแกก็เลยบาดเจ็บสาหัสแล้วก็ตายไปในที่สุด แล้วก็ด้วยสาเหตุนี้นายมิอุระแกก็เลยฝังเรดพั้นเชอร์เอาไว้ตรงจุดที่มันตกไปเลย จนกระทั่ง 2 ปีผ่านไปนายโกโร่ก็ใช้ความสามารถของพี่แกปลุกเรดพั้นเชอร์ขึ้นมาใหม่ เนื่องจากตอนนั้นโอเรนเจอร์โรโบะมันพังพอดี เนื่องจากนายโกโร่เนี่ยแกไม่เก่งมวย แล้วหุ่นของบารานอยด์ในตอนที่เรดพั้นเชอร์โผล่ออกมานั้นเป็นหุ่นนักมวยซะด้วย พี่แกก็เลยต้องไปหัดมวยกับนายโชเฮทั้งตอน ทำให้เรดพั้นเชอร์ได้ท่าไม้ตายที่เป็นหมัดพิฆาตของนายโชเฮมาใช้ไปด้วย โดยหมัดพิฆาตที่ว่าซึ่งเป็นหมัดที่กระโดดชกกลางอากาศนั้นมีชื่อว่า Magna Puncher ส่วนท่าไม้ตายอีกอันนึงก็คือท่าชกเป็นชุด ซึ่งถือว่าเป็นท่าหากินของเรดพั้นเชอร์เลย ท่านี้ชื่อว่า Puncher Gatling เรดพั้นเชอร์สามารถรวมร่างกับโอเรนเจอร์โรโบะ กลายเป็นหุ่นสุดยอดที่มีชื่อว่าบัสเตอร์ โอเรนเจอร์โรโบะได้ด้วย
- โอบล็อกเกอร์ หุ่นหลักตัวที่ 2 ซึ่งได้มาจากสาเหตุที่นายมิอุระบอกว่าโอเรนเจอร์ ควรจะมีหุ่นยนตืใหม่ขับได้แล้ว ก็เลยสร้างโอบล็อกเกอร์ให้แบบไม่มีเหตุผลซะยังงั้นตามที่เล่าไปแล้วในบทความ Synopsis โอบล็อกเกอร์ประกอบร่างขึ้นมาจากหุ่นยนต์เล็ก 5 ตัวเริ่มจากเรดบล็อกเกอร์ที่เปลี่ยนเป็นส่วนหน้าอก,เยลโล่บล็อกเกอร์เป็นส่วนหัวและแขนทั้ง 2 ข้าง,บลูบล็อกเกอร์เป็นส่วนเอวและต้นขา,กรีนบล็อกเกอร์เป็นส่วนขาทั้ง 2 ข้าง และพิงก์บล็อกเกอร์เป็นเท้าทั้ง 2 ข้าง สำหรับท่าไม้ตายของโอบล็อกเกอร์นั้นก็คือดาบคู่ที่ในหนังเรียกว่า Twin Blocken Sword โดยท่าไม้ตายของโอบล็อกเกอร์จะเป็นการเอาดาบคู่มารูดแล้วก็ฟันลงไป ซึ่งจัดว่าเป็นท่าไม้ตายทีเท่มากๆ ในช่วง 5 ตอนสุดท้ายของซีรีย์ โอบล็อกเกอร์ยังสามารถเข้าไปรวมร่างกับคิงปิรามิดเดอร์ได้แบบเดียวกับโอเรนเจอร์โรโบะด้วยแหละ รายละเอียดจะพูดถึงในส่วนของคิงปิรามิดเดอร์นะครับ ตอนนี้เรามาดูหุ่นตัวเล็กทั้ง 5 ตัวที่รวมกันเป็นโอบล็อกเกอร์ก่อน หุ่นทั้ง 5 เนี่ยมีบทบาทมากพอควรเลยนะครับ เนื่องจากมีหลายตอนมากที่เจ้าหุ่นทั้ง 5 ตัวเนี่ยไม่รวมร่างกันเป็นโอบล็อกเกอร์ แต่แยกกันออกมาต่อสู้เดี่ยวๆ เพราะฉนั้นหุ่นแต่ละตัวก็เลยมรท่าไม้ตายของมันเองด้วย เริ่มจากเรดบล็อกเกอร์ที่มีท่า Red Star Fire กรีนบล็อกเกอร์ที่นอกจากจะดำน้ำเก่งมากแล้วยังมีท่า Green Enclose Net เป็นท่าไม้ตายด้วย บลูบล็อกเกอร์หุ่นของนายยูจิสุดงุ่มง่ามจะมีท่าไม้ตายเป็น Blue Freezing ส่วนของอาเจ๊จูริจะเป็น Yellow Lightning flash ปิดท้ายด้วย Pink Impact Wave ของน้องโนตม โมโม่ แล้วก็อย่างที่บอกไปแล้วหลายครั้งนั่นแหละครับว่าผมว่าโอบล็อกเกอร์เนี่ยเป็นหุ่นที่ผมที่สวยแล้วก็เจ๋งที่สุดในประวัติศาสตร์เซนไทเลยนะ
13.2 หุ่นเสริมมีอยู่ 3 ตัวเริ่มจาก
- คิงปิรามิดเดอร์ หุ่นยนต์คู่ชีพของคิงเรนเจอร์ ริคิ คิงปิรามิดเดอร์สร้างขึ้นโดยใช้วิทยาการของมนุษย์เมื่อ 6 ร้อยล้านปีก่อน (มันมีคนแล้วเรอะ) เจ้าหุ่นรูปปิรามิดเนี่ย มีร่างหลักอยู่ 3 ร่าง ร่างแรกซึ่งเป็นร่างประจำก็คือร่างปิรามิดธรรมดา ร่างที่ 2 เรียกว่า Carrier Mode ร่างนี้จะคล้ายๆ รถบรรทุกใช้บรรทุกยานยนต์ของโอเรนเจอร์ทั้ง 6 คือยานทั้ง 5 ลำที่มารวมร่างเป็นโอเรนเจอร์โรโบะบวกเรดพั้นเชอร์ เท่าที่ดุในหนังผมว่าไม่เห็นพี่แกจะได้ใช้เจ้า Carrier Mode เนี่ยเลยซักกะทีนะ ถ้างั้นเป้าหมายหลักของ Carrier Mode ก็สูตรเดิมแน่นอนคือขายของเล่นง่ะ ร่างแบบที่ 3 ของคิงปิรามิดเดอร์ก็คือ Battle Mode ร่างนี้เจ้าปิรามิดจะลุกขึ้นยืนเป็นหุ่นยักษ์หน้าตาซื่อบื่อที่ทำอะไรไม่ได้นอกจากยกแขนอย่างเดียว พอเจ้าปิรามิดลุกขึ้นยืนแล้ว โอเรนเจอร์แมชชีนทั้ง 6 ที่พูดถึงไปเมื่อตะกี้ก็จะเข้าไปรวมร่างกับพี่แก แล้วหลังจากนั้นเจ้าหุ่นเทอะทะตัวนี้ซึ่งตอนนี้มีเรดพั้นเขอร์อยู่ที่ไหล่แล้ว ก็พร้อมจะปล่อยท่าไม้ตายสุดยอดอย่าง Super Legend Beam แล้วละ ในตัวเจ้าคิงปิรามิดเดอร์เนี่ย ยังมีห้องลับซ่อนอยู่อีกห้อง ซึ่งในห้องนั้นจะมีดาบวิเศษพลังงานสูงซ่อนอยู่ โดยมีอยู่ตอนนึงที่เจ้าริคิดันทะลึ่งเข้าไปหยิบดาบในห้องนี้ไปแกว่งเล่น ผลที่ได้ก็คือพี่แกเป็นบ้าไปชั่วขณะเลยอ่ะดิ ในซีรีย?เซนไททั้งหมดยังมีหุ่นซื่อบื้อแบบเจ้านี่อีกตัวนึงนะเท่าที่ผมนึกได้ก็คือเจ้า FlashTitan ไงละ
- แท็กเกิ้ลบอย หุ่นยนต์ตัวที่ 5 ของโอเรนจอร์ซึ่งเป็นหุ่นตัวที่โผล่ออกมาแบบสิ้นคิดที่สุด ตามที่เล่าไปแล้วโดยที่มาของเจ้าแท๊กเกิ้ลบอยเนี่ย อยู่ดีๆ นายมิอุระแกก็กดปุ่มปล่อยเจ้าแท็กเกิ้ลบอลออกไปให้โอบล็อเกอร์โยนเล่นแบบไม่มีเหตุผลเลย หนังไม่มีการปูพื้นเลยว่าทำไมต้องสร้างแท็กเกิ้ลบอยออกมาอีก ทั้งๆ ที่ตอนนั้นโอบล็อกเกอร์ก็จะโผล่ออกมาไม่นาน พอแท็กเดิ้ลบอยมันโผล่ออกมาแบบบื้อๆ มันก็เลยกลายเป็นหุ่นส่วนเกินที่ดูเหมือนไม่เห็นจะมีประโยชน์อะไรเลย เนื่องจากท่าไม้ตายของเจ้าหุ่นส่วนเกินเนี่ยก็คือ ท่า Dynamite Tackle หรือท่าที่พี่แกจะเปลี่ยนร่างจากหุ่นยนต์เป็นยางรถ แล้วก็ให้โอบล็อกเกอร์จับโยนออกไปคล้ายๆ โยนโบว์ลิ่ง ซึ่งผมเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมต้องมีท่านี้ขึ้นมาทั้งๆ ที่ไอ้เจ้าท่า Twin Blocken Sword มันก็ยังใช้การได้ดีอยู่เลย สรุปเรื่องเจ้าแท็กเกิ้ลบอยก็คงจะมีอยู่แค่นี้แหละ เนื่องจากพี่แกออกไม่หวังอะไรนอกจากหวังขายของเล่นอย่างเดียวจริงๆ เลยนะเนี่ย
- กัมมาจิน หุ่นยนต์ตัวสุดท้ายในซีรีย์ ว่าไปแล้วจะเรียกว่ากัมมาจินเป็นหุ่นยนต์ก็คงไม่ถูกนัก เนื่องจากพี่แกมีทั้ง 2 ร่างคือร่างเท่าคนธรรมดากับร่างขนาดใหญ่แบบหุ่นยนต์ ที่จริงควรจะเรียกกัมมาจินว่าเป็นเซนไทตัวที่ 7 ต่อจากคิงเรนเจอร์จะถูกกว่า แต่ในเมื่อพี่แกสามารถขยายร่างได้ ผมก็เลยขอเอามารวมในหัวข้อหุ่นยนต์ไปเลยก็แล้วกัน สำหรับที่มาของกัมมาจินนั้น พี่แกเป็นห่นยนต์ในตำนานโบราณที่เมื่อใครก็ตามเอากุญแจสีทองไขเข้าไปที่พุงของแกแล้วก็สวดมนต์เรียกแก ประมาณว่ากัมมาจินๆ อะไรประมาณนั้น พี่แกก็จะโผล่ออกมาแล้วก็ทำให้คำอธิษฐานของผู้นั้นเป็นจริง ถ้าจะเปรียบเทียบให้ง่ายที่สุด นายกัมมาจินเนี่ยก็คือนายจินนี่ยักษ์ใหญ่ในตะเกียงของอาละดินนั่นแหละ เพราะฉนั้นเจ้านายของแกก็เลยมีเยอะแยะ แล้วแต่ว่าใครจะยึดกุญแจสีทองไปได้ อันนี้รวมไปถึงฝั่งผู้ร้ายอย่างนายบูลด้อนท์ด้วยนะ ที่พยายามเล่นละครตบตาเพื่อจะยึดนายกัมมาจินมาเป็นพวก แต่พี่แก็เหมือนกับนายจินนี่อีกนั่นแหละ ที่มองออกว่าเจ้านายคนไหนดีหรือเลว เพราะฉนั้นพี่แกก็เลยสามารถเลือกจะรับคำสั่งเจ้านายที่เป็นคนดีแล้วก็ปฏิเสธเจ้านายที่เลวอย่างนายบูลด้อนท์ แล้วก็ด้วยสัญญาที่พี่แกจะต้องทำตามคำอธิษฐานของเจ้านายให้สำเร็จเนี่ยแหละ ที่ในบางครั้งพี่แกก็เลยต้องขยายร่างเป็นร่างยักษ์ตามไปด้วย สำหรับท่าไม้ตายของกัมมาจินก็คือเพลงดาบที่ในหนังรู้สึกว่าจะมีทั้งหมด 6 กระบวนท่านะ แถมในตอนจบนายกัมมาจินเนี่ยแหละที่เป็นฮีโร่โผล่ออกมาชวนโอเรนเจอร์ทั้ง 6 ที่กำลังจะแย่แล้ว ให้เอาชนะไกเซอร์บูลด้อนท์ไปจนได้อีกด้วย
13.3 หุ่นรวมร่างอยู่ตัวเดียวคือ
- บัสเตอร์ โอเรนเจอร์โรโบะ หุ่นรวมร่างระหว่างโอเรนเจอร์โรโบะกับเรดพั้นเขอร์ โผล่ออกมาในตอนที่ 21 นะถ้าจำไม่ผิด โดยก่อนที่เจ้า 2 ตัวนี้จะรวมร่างกันได้นั้น ปรากฎว่ามีชิปสำคัญตัวนึงที่ใช้ควบคุมการรวมร่างดันหายไป โอเรนเจอร์ทั้ง 5 ก็เลยต้องออกตามหาชิปอันนี้กันใหญ่เลย แล้วก็รู้สึกว่าเจ้าชิปอันนี้ (ข่าวไม่ได้บอกว่าใช่ช็อกโกแลตชิปหรือเปล่า) จะไปตกอยู่ในมือเด็กคนนึงที่กำลังสร้างเครื่องแปลภาษาตามแบบแปลนของพ่อ ผลก็คือตอนนั้นทั้งตอนโอเรนเจอร์ก็เลยต้องแกล้งเด็กโดยการขโมยชิปมาซะหยั่งงั้นแหละ สำหรับวิธีการรวมร่างนั้น เรดพั้นเขอร์จะเข้าไปยืนอยู่ด้านหลังของโอเรนเจอร์โรโบะ แล้วก็ยึดขาขึ้น ยกแขนขึ้นไปวางเป็นปืนใหญ่บนไหล่ของโอเรนเจอร์โรโบะ แล้วก็หันหน้าเอาด้านหลังออกมา สวมลงไปเป็นหน้ากากให้โอเรนเจอร์โรโบะ เท่านั้นเป็นอันเสร็จพิธี ท่าไม้ตายของเจ้าหุ่นรวมร่างตัวนี้มีอยู่ท่าเดียว (ก็เกินพอ เนื่องจากขายของเล่นใหม่ไม่ได้ ก็เลยไม่รู้จะทำท่าเยอะๆ ไปทำไม) นั่นก็คือ Big Cannon Burst หรือท่ายิงปืนใหญ่บนไล่รัวแบบปืนกล ซึ่งเจ้าปืนใหญ่ที่ว่าเนี่ยก็คือแขนของเรดพั้นเชอร์นั่นแหละ

14. แฟลชแมน เซนไทซีรีย์ที่ 10 ที่สร้างออกมาในปี 1986 หรือปีที่เฉลิมฉลองการสร้างเซนไทครบรอบ 10 ปีนั่นเอง ในแฟลชแมนนั้นนับเป็นซีรีย์แรกที่มีหุ่นเสริมตัวที่ 2 ในเรื่อง แล้วก็เป็นซีรีย์แรกอีกเหมือนกันที่มีหุ่นรวมร่างด้วย แต่ในแฟลชแมนก็ยังไม่ความเป็นเซนไทยุคโบราณไปซะทีเดียว เนื่องจากยังมียานแม่ออกมาบินเท่ๆ อยู่ด้วย เอาละเรามาดูรายละเอียดกันเลยดีกว่า
14.1 หุ่นหลัก มีอยู่ 2 ตัวคือ
- แฟลชคิง หุ่นหลักตัวแรกของขบวนการ แฟลชคิงประกอบร่างมาจากยาน 3 ลำ ได้แก่ แทงค์คอมมานโด รถถังของเรดแฟลชที่เป็นส่วนลำตัวกับหัว เจ็ทไดรเวอร์ ยานบินของกรีนแฟลชกับเยลโลแฟลช และเจ็ทซีกเกอร์ ยานบินของบลูแฟลชและพิงค์แฟลช โดยยานบินทั้ง 2 ลำนั้น จะแปลงเป็นแขนกับขาของแฟลชคิง ด้วยวิธีการที่พิสดารมากจนกระทั่งถ้าโชโกคิน คิดจะออกแฟลชคิงละก็ คงจะต้องคิดหนักมากๆ เนื่องจากวิธีการแปลงร่างเป็นแขนขาหุ่นยนต์ของยานทั้ง 2 นั้นเริ่มจากพับเห็บปีกกับแพนหางซะก่อน หลังจากจะยื่นส่วนบนของยานออกไปแล้วก็พับลงกลายเป็นแขน หลังจากนั้นส่วนแขนและขาที่ว่าก็ไปประกบกับแทงค์คอมมานโด พับส่วนค็อกพิทของยานอีกครั้ง ก็จะได้แฟลชคิงแบบฟลุ๊กๆ แล้วละ สำหรับความแตกต่างของยานบินทั้ง 2 นั้นอยู่ที่เจ็ทซีกเกอร์จะมีเรดาห์หรือซึ่งจริงๆ แล้วก็โล่ห์ของแฟลชคิงนั่นแหละแปะอยู่ที่ด้านบนของยานด้วย ถ้ายังไม่เก็ตว่าโชโกคินจะคิดหนักยังไงก็ลองไปหาแฟลชแมนมาดูแล้วจะเข้าใจเองแหละ แฟลชคิงจัดว่าเป็นหุ่นที่มีอาวุธรอบด้านมากๆ ตัวนึงเริ่มจากลำแสงที่สามารถยิงออกมาได้ทั้งส่วนหน้าผากกับส่วนหน้าอก โดยแสงที่ออกมาจากหน้าผากจะมีพลังโจมตีน้อยหน่อย ส่วนแสงจากหน้าอกเนี่ยพลังทำลายแรงมาก จนผมว่าบางทีดูแล้วคล้ายๆ ลำแสงของหุ่นพวกเกรนไดเซอร์หรือเกรทมาขินก้าเลยละ นอกจากแสงจากทั้ง 2 ที่แล้ว แฟลชคิงยังมีจรวดมิซซายล์ซ่อนอยู่ในท้องอีกด้วย นอกจากอาวุธที่เอ่ยไปแล้ว แน่นอนว่าแฟลงคิงก็มีท่าไม้ตายเป็นเพลงดาบที่จะปิดบัญชีสัตว์ประหลาดของเมซต่างหากอีกด้วยละ
- ไตตันบอย หุ่นยนต์ตัวที่ 2 ตัวแรกในประวัติศาสตร์เซนไท ไตตันบอยนั้นแปลงร่างมาจากส่วนรถพ่วงด้านหน้าของแฟลชไตตั้น พาหนะประจำตัวของแฟลชไตตั้น วีรบุรุษในตำนานของดาวแฟลชที่ส่งแฟลชไตตั้นออกมาให้แฟลชแมนใช้ประโยชน์ก่อนที่ตัวเองจะตาย โดยภาระกิจการนำแฟลชไตตั้นมาส่งให้แฟลชแมนนั้นเป็นหน้าที่ของบารากิ มนุษย์ต่างดาวที่แฟลชไตตั้นไว้ชีวิตเอาไว้จากการต่อสู้ ไตตันบอยต่างจากหุ่นตระกูลบอยตัวอื่นๆ ในประวัติศาสตร์เซนไทไม่ว่าจะเป็นเตตร้าบอย,แทกเกิลบอยหรือว่าไลเนอร์บอย ตรงที่หุ่นตระกูลบอยตัวอื่นๆ ทำหน้าที่แค่หุ่นเสริมที่ไม่มีคนบังคับ ในขณะที่ไตตันบอยนั้นเป็นหุ่นหลักที่แฟลชแมนเข้าไปบังคับสลับกับแฟลชคิงเลย ถึงไตตันบอยจะมีจุดเด่นเป็นถึงหุ่นหลักตัวที่ 2 แต่ว่าพอขึ้นชื่อว่าเป็นหุ่นตระกูลบอยแล้ว มักจะไม่ค่อยได้เรื่อง ไตตันบอยเองก็เหมือนกันที่ไม่ค่อยจะได้เรื่องเท่าไหร่ ดูได้จากอาวุธของคุณน้องที่กระจอกมาก ไม่ว่าจะเป็นปืนกลที่แขน ซึ่งเป็นอาวุธที่รุนแรงที่สุดแล้ว ลูกล้อที่ถอดออกมาจากแขนที่ใช้โยนแบบโบว์ลิ่งไปชนศัตรู หรือดีหน่อยก็อาจจะกางกงจักรออกมาจากลูกล้อแล้วก็ร่อนไปโจมตีศัตรู แต่อาวุธที่เอ่ยมาทั้งหมดนั้นก็ไม่สามารถจะเผด็จศึกศัตรูได้จนกว่าไตตันบอยจะต้องไปรวมร่างเป็นหุ่นยนต์ตัวใหญ่อีกตัวนึง ซึ่งจะเล่าในหัวข้อถัดไปเนี่ยแหละ
14.2 หุ่นรวมร่าง มีอยู่ตัวเดียวคือ
- เกรทไตตัน หุ่นรวมร่างที่เกิดจากการรวมร่างกันระหว่างแฟลชไตตั้นหรือว่าหุ่นที่แปลงร่างมาจากส่วนบรรทุกด้านหลังของรถบรรทุกแฟลชไตตั้น (ชื่อมันซ้ำๆ กันอ่านดูแล้วอาจจะงงๆ หน่อยนะครับ) กับไตตั้นบอยที่พูดถึงไปแล้ว โดยเจ้าแฟลชไตตั้นเนี่ยหลังจากที่แปลงร่างมาจากสภาพรถบรรทุกแล้ว มันจะเป็นหุ่นหน้าตาซื่อบื้อคล้ายๆ แท่งไม้ที่ด้านในกลวงๆ ยังเคลื่อนไหวเองไม่ได้ ต้องรอเจ้าไตตั้นบอยเข้าไปสิงด้านในซะก่อน ด้วยอารมณ์ที่คล้ายๆ กับคิงปิรามิดเดอร์ในโอเรนเจอร์ แล้วหลังจากที่เจ้าไตตั้นบอยเข้าไปสิงเรียบร้อยแล้วนั่นแหละ เจ้าเกรทไตตั้นหุ่นยนต์สุดยอดของแฟลชแมนถึงจะทำงานได้ โดยหน้าที่ของเกรทไตตั้นเนี่ยก็มีแค่ยกแขนขึ้นแล้วก็ปล่อยท่าไม้ตายพิฆาตที่มีชื่อว่าไตตั้นโนวา ซึ่งเป็นการรวบรวมพลังมาจากซูเปอร์โนวาแล้วก็ยิงไปที่ศัตรูซะเท่านั้นเป็นอันจบเรื่อง ถ้าจะว่าไปแล้วผมว่าเจ้าเกรทไตตั้นเนี่ยจัดเป็นหุ่นเซนไทที่โตเอะหมดมุขหากินที่สุดตัวนึงเลยก็ว่าได้นะครับ
14.3 ยานแม่ ก่อนจะจบจะลืมเอ่ยถึงยานแม่หรือยานที่ทำหน้าที่ขนยานทั้ง 3 ที่เป็นส่วนประกอบของแฟลชคิงไม่ได้เลย ในแฟลชแมนนั้นยานแม่มีชื่อว่าสตาร์คอนดอร์ ซึ่งโดยปกติจะเก็บอยู่ในฐานทัพของแฟลชแมนที่ชื่อว่า Round Base อีกทีนึง หน้าที่ของสตาร์คอนดอร์นอกจากขนแฟลชคิงมาส่งแล้ว ก็ยังมีหน้าที่ปล่อยดาบพิฆาตลงไปให้แฟลชคิงใข้ตอนจบอีกหน้าที่นึงด้วย ผมว่าเจ้าสตาร์คอนดอร์เนี่ยจัดเป็นยานแม่ลำที่สวยๆ มากลำนึงของประวัติศาสตร์เซนไทเลยนะครับ งานนี้หุ่นยนต์ไม่ค่อยสวยแต่ยานแม่สวยก็ทีว่าเจ๊ากันไปก็แล้วกันนะ

15.มาจิเรนเจอร์ เซนไทซีรีย์ที่ 29 ซีรีย์ล่าสุดที่เพิ่งออกอากาศจบไปที่ญี่ปุ่นเมื่อปี 2005 ที่ผ่านมานี่เอง มาจิเรนเจอร์จัดเป็นซีรืย์ที่ก็อปคอนเซปท์ของแฮรี่ พอตเตอร์ไปแบบเกือบทุกกระเบียดนิ้ว แม้แต่ไม้กวาดยังมีให้ขี่เลยคิดดูแล้วกัน เอาละเรามาดูรายละเอียดของซีรีย์นี้กันเลยดีกว่า
|